รองเท้าเพื่อสุขภาพ Scholl ป้องกันการเดินภาวะเท้าแบน และปรับโครงสร้างของเท้า

ไม่เคยเขียนแนะนำเกี่ยวกับรองเท้าเลย นี่เป็นบทความแรกที่ลองเขียนดู เนื่องจากได้ลองใส่มาหลายเดือนแล้ว
เราเห็นว่าใส่สบาย ใส่เดินทั้งวันก็ไม่เมื่อย เลยอยากมาเขียนแนะนำ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่เดินบ่อย
ต้องการรองเท้าที่ใส่ได้ทุกวัน ใส่สบาย ไม่เมื่อย

รองเท้า Scholl รุ่น Hawaii  เป็นเทคโนโลยีไบโอปรินส์ ที่จะช่วย สร้างสมดุลในการเดิน ทั้งในเรื่องของการทรงตัว
และการรับน้ำหนักขณะเดิน (คนที่เดินเยอะๆจะใส่สบาย ไม่เมื่อยเลย ช้อปได้นาน) และตัวพื้นรองเท้าจะปรับตาม
สรีระเท้าของผู้สวมใส่ ทำให้ตัวรองเท้าช่วยกระจายน้ำหนักในขณะที่เราเดิน

 

เทคโนโลยี ไบโอปรินท์ เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบพื้นรองเท้าอย่างถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์โดยผู้
เชี่ยวชาญด้านเท้า ที่จะช่วยเสริมระบบการทรงตัวขอร่างกายที่ถูกต้องตามสมดุลในทุกส่วนของเท้า และยัง
สามารถปรับให้เข้ากับเท้าผู้สวมใส่แต่ละคนได้อย่างเหมาะสม มีส่วนโค้งเว้าเข้ารูปลักษณะเท้าของผู้สวม
ใส้อีกทั้งยังผลิตด้วยวัสดุที่มีน้าหนักเบาความเบาและคงทน พร้อมด้วยโครงสร้างทางกายวิภาคของช่วงเท้า
จึงช่วยรองรับแรงกระแทกจากการเดิน ทำให้สามารถสวมใส่รองเท้าได้นานขึ้น ลดความเมื่อยล้าจากการยืน
เดิน รู้สึกสบายเท้า และสร้างสุขภาพที่ดีในขณะก้าวเดิน

อีกส่วน เป็นเทคโนโลยีไบโอเมคคานิกส์ ตัวนี้จะช่วยในการปรับโครงสร้างของเท้า และป้องกันการเดินภาวะเท้าแบน
เพราะโครงสร้างของเทคโนโลยีนี้ ออกแบบให้มีส่วนโครงนูน รับกับอุ้งเท้าของผู้ใส่ ยิ่งไลฟ์สไตล์ของคนเมือง
ที่ต้องเดินบนพื้นแข็งๆ ใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะกับโครงสร้างเท้า เช่น รองเท้าส้นแบน,รองเท้าส้นสูง ก็จะทำให้มีความ
เสี่ยงของการเกิดภาวะเท้าแบนขึ้นได้เช่นกัน และตัวเทคโนโลยีไบโอเมคคานิกส์นี้ นอกจากจะช่วยเรื่องเท้าแบนแล้ว
ยังช่วยดูแลสุขภาพเท้า และยังช่วยลดแรงกระแทกในขณะเดิน และรักษาสมดุลของเท้าด้วยจ้ะ

กว่า 70% ของคนทั่วไป มีอาการเท้าแบน และคนจำนวนมาก ของคนในจำนวนนี้ไม่รู้ตัว! เพราะทุกวันคุณต้องเจอกับ
พื้นที่เสี่ยง..เป็นเท้าแบน เช่น พื้นคอนกรีต หรือพื้นแข็งตามอาคารต่างๆ

เท้าแบนแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ

1. แบบยืดหยุ่น (Flexible Flat Feet) คือให้ยกเท้าขึ้นจากพื้น จะพบว่ามีอุ้งเท้าปกติ แต่เมื่อยืนลงน้ำหนัก
บนพื้นแข็ง ส่วนโค้งเว้าด้านในจะลดลง
2. แบบยึดติด (Rigid FlatFeet) คือไม่ว่าจะลงน้ำหนักหรือไม่ก็ตาม เท้าก็จะแข็งแบนผิดรูปในลักษณะนั้นตลอด
อาการ เจ็บบริเวณเท้า ข้อเท้าเอ็นร้อยหวาย ปวดเข่า น่อง หรือ สะโพก เมื่อต้องยืน เดินนานๆ และสังเกตได้ว่า
รองเท้าสึกบริเวณด้านในมากกว่า และหากปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้ภาวะเท้าแบนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลต่อ
การดำเนินชีวิตได้ การดูแล มุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดการผิดรูปมากขึ้น โดยการควบคุมน้ำหนัก,ปรับกิจกรรม
และใช้รองเท้าที่ช่วยปรับสรีระเท้าให้เหมาะสมตามธรรมชาติ หรือกายภาพบำบัดร่วมด้วย

Scholl Biomechanics เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาโดยนายแพทย์ดร.ฟิลลิป เจ วาสิลี่
ชาวออสเตรเลีย ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก เพราะมีการออกแบบโดยคำนึงถึงแนวความคิด
ด้านสรีระของผู้สวมใส่เป็นหลัก ให้พื้นรองเท้ามีส่วนโค้งนู้นรับกับอุ้งเท้า ลดปัญหาสุขภาพเท้า
ที่เกิดจากปัญหาเท้าเอียงเข้าสู่ด้านใน หรือภาวะเท้าแบนได้อย่างตรงจุด และยังช่วยดูแล
โครงสร้างของขาและเท้าให้ตรงตามธรรมชาติ

ถ้าเราไม่ได้ใส่รองเท้า เราก็ไม่รู้นะว่าเท้าตัวเองก็เกิดภาวะเท้าแบนเหมือนกัน 5555

ความรู้สึกหลังจากได้ใส่รองเท้ามาสักพัก

ก่อนใส่ เท้าของเราแบนราบ เหมือนกับภาพตัวอย่างเป๊ะเลย แต่พอได้ลองใส่รองเท้าของ Scholl รุ่นนี้
ลักษณะของเท้าที่แบนของเรา มีส่วนเว้าโค้งขึ้นมานิดนึง รู้สึกเจ็บเท้าน้อยลง ปกติถ้าเดินซื้อของ จะปวดขาและ
ปวดช่วงหน้าเท้าแล้ว แต่ปัจจุบัน อาการปวดพวกนี้ลดลง เดินซื้อของได้ทั้งวัน เหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวัน
ยิ่งถ้าใครต้องเดินบ่อยๆ หรือยืนบ่อย แนะนำให้ลองหามาใส่ดู ช่วยได้เยอะจริงๆ ปัจจุบันเราให้แม่เราใส่ด้วย
เพราะเห็นว่าเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ และคนสูงอายุ จะมีอาการปวดเท้าบ่อย พอให้แม่ใส่ แม่ติดใจ ใส่อยู่บ่อยๆ
แม่บอกใส่สบาย ไม่ปวดเท้าเลย ก็ถือว่าเป็นอีกรีวิวนึงสั้นๆ ในมุมมองของเรานะ ถ้าใครที่มีอาการปวดเท้าบ่อยๆ
ลองหามาใส่ดู หรือจะซื้อให้พ่อแม่ ผู้สูงอายุ ลองใส่ดูก็ได้จ้ะ

 

ราคา : 1,200บาท
ซื้อได้ที่ไหนบ้าง? : ห้างสรรพสินค้าทั่วไป

 

ไว้เจอกันบทความหน้า
บายๆ =^^=

About the author

I'm lickt like share all thing i love. I 'm writer this blog licktga.com and youtuber . know me more at "about me"

Related